ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พื้นที่เรียนรู้จักรวาลวิทยาคติพุทธ

ผู้แต่ง: นายณรงค์ศักดิ์ บุตรทุมพันธ์ 57011110012
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ชิโนรส พันทวี
ปีที่เผยแพร่: 2562
ยอดเข้าชมเอกสาร: 1 ครั้ง
Keyword: จักรวาลวิทยาคติพุทธ/พิพิธภัณฑ์/พื้นที่เรียนรู้/การออกแบบสถาปัตยกรรม
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร

บทคัดย่อ

ประทับเวลา Excel: 30/05/2019 07:31:41 ประเทศไทยมีแนวคิดเรื่องจักรวาลวิทยา จากคติในพระพุทธศาสนา ซึ่งในอดีตใช้ตอบปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ โดยได้แฝงคติธรรมการดำเนินชีวิตไว้อย่างแยบยล ในเรื่องบาปและบุญ ภพภูมิหลังความตาย ซึ่งปรากฏอยู่ในความเชื่อ ศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมไทย ในปัจจุบันความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลคติพุทธ ถูกมองว่าเป็นเรื่องงมงาย ล้าหลัง อีกทั้งเป็นสิ่งที่ยากต่อความเข้าใจ ทำให้คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมของตนเอง เนื่องจากขาดพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่ ที่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง พื้นที่เรียนรู้จักรวาลวิทยาคติพุทธ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ แก่คนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจ เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมความเข้าใจ มองเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยจากคติจักรวาลวิทยา วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความเชื่อและแนวคิดของจักรวาลวิทยาตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา จากวรรณกรรมไตรภูมิพระร่วง ตำราในพุทธศาสนา คติธรรม รูปแบบสถาปัตยกรรมศาสนสถานของไทย พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ จิตวิทยาการออกแบบนิทรรศการ ลักษณะพฤติกรรมของผู้ใช้สอย และความเป็นไปได้ของโครงการ การเลือกที่ตั้งที่สอดคล้องกับเนื้อหาการจัดแสดง นำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการออกแบบอาคารนิทรรศการการจัดแสดง เป็นพื้นที่เรียนรู้จักรวาลวิทยาคติพุทธ สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจ อย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาโครงการและงานออกแบบ พื้นที่เรียนรู้จักรวาลวิทยาคติพุทธ มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ลักษณะโครงการ เป็นอาคารประเภทพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ มีองค์ประกอบหลัก คือส่วนพื้นที่จัดนิทรรศการถาวร 3 พื้นที่ ได้แก่ 1)พื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์จักรวาลวิทยาตามความเชื่อแบบไทย 2)พื้นที่เรียนรู้จักรวาลวิทยาคติพุทธที่เป็นรูปธรรม เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย 3)พื้นที่รับรู้ จักรวาลวิทยาคติพุทธที่เป็นนามธรรม สภาวะธรรมแบ่งตามภพ-ภูมิระดับของจิต โครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวม 8,200 ตารางเมตร โดยประมาณ 2. โครงการตั้งอยู่บนอาคารพาณิชย์และโกดังเก็บไม้เดิมติดกับเจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของคนไทย ที่มีแนวคิดการออกแบบวางผังตามความเชื่อจักรวาลวิทยาคติพุทธ มีที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 3. แนวความคิดในการออกแบบ รูปแบบการวางผังอาคารใช้คติจักรวาลซึ่งมีแกนกลางเป็นเขาพระสุเมรุเป็นพื้นที่โถงหลักตรงกลาง พื้นที่โดยรอบแกนกลางเว้นช่องด้วยระเบียงคดซึ่งเป็นขอบของจักรวาล ในส่วนพื้นที่เพื่อการรับรู้ ออกแบบโดยตีความจากสื่อวรรณกรรมออกมาเป็นพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม ที่เรียนรู้ได้โดยผ่านประสบการณ์ตรงของผู้เข้าชมนิทรรศการ และใช้แสงเฉพาะจุด เพื่อให้ลำดับเรื่องราวเนื้อหาให้ง่ายต่อความเข้าใจ 4. ภาพรวมอาคารโครงการ ใช้รูปแบบการวางอาคารโดยคำนึงถึงคติจักรวาลวิทยา บริบทและทัศนียภาพของเจดีย์ภูเขาทอง มีช่องแนวแกนขนาดใหญ่เชื่อมจากที่ตั้งโครงการไปยังวัด เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อด้านกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 3 อาคาร วางแยกออกจากกัน แต่ละอาคารมีความสูง 3-4 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1-2 ชั้น รูปทรงโค้งมีแกนกลางเป็นโดมคติจักรวาล เชื่อมกันโดยทางเชื่อมใต้ดินทั้ง 3 อาคาร หลังคาพื้นเรียบ สามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพของเจดีย์ภูเขาทอง และเกาะรัตนโกสินทร์ได้ เนื่องจากที่ตั้งของโครงการอยู่ในเขตโบราณสถานเจดีย์ภูเขาทอง มีลักษณะเป็นที่ดิน 2 แปลง ถนนตัดผ่านตรงกลาง มีข้อจำกัดด้านกฎหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ความสูงของอาคาร และเพื่อไม่ให้อาคารบดบังทัศนียภาพภูเขาทอง จึงออกแบบอาคารในแนวดิ่งลงไปด้านล่าง เชื่อมต่อกันโดยใช้ทางสัญจรใต้ดิน ทำให้เกิดการเชื่อมต่อของกลุ่มอาคารที่แยกกัน และมีพื้นที่เพียงพอต่อความต้องการ โดยไม่สูงจนบดบังทัศนียภาพเดิม ในการเข้าถึงพื้นที่จัดแสดงที่มีความต่อเนื่องกันและต้องควบคุมลำดับการจัดแสดง จึงออกแบบโถงหลักตรงกลางขนาดใหญ่ทรงกลม โครงสร้างพาดกว้าง ใช้ทางสัญจรหลักร่วมกันทำให้สามารถเดินวนเข้าออกพื้นที่จัดแสดงได้ง่าย ต่อเนื่อง ไม่ซับซ้อน