โรงเรียนวิถีธรรมชาติเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเด็ก
ผู้แต่ง: นางสาวพลอยพัชชา นาเมืองรักษ์ 57011110021
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ชิโนรส พันทวี
ปีที่เผยแพร่: 2562
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: โรงเรียนวิถีธรรมชาติ/โรงเรียน/การออกแบบสถาปัตยกรรม
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 30/05/2019 20:26:07
วัยเด็ก ช่วงอายุระหว่าง 2 - 12 ปี เป็นวัยที่เริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ต้องการการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ปัจจุบันเด็กกำลังเผชิญปัญหาความเสี่ยง ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการเรียนรู้ทำให้ส่งผลต่อการปรับตัวของเด็ก เด็กสมาธิสั้น อยู่ไม่นิ่ง ซุกซน ไม่มีความอดทน โดยการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการส่งเสริมด้านเรียนรู้ชีวิตผ่านการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กโดยผ่านการเล่น จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมโดยเน้นแบบวิถีธรรมชาติ จึงทำให้เกิดโครงการโรงเรียนวิถีธรรมชาติเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเด็กขึ้น ซึ่งจะใช้รูปแบบของการควบคุมอารมณ์และจิตใจของเด็กควบคู่ไปกับกิจกรรม เพื่อให้เด็กมีสมาธิกับสิ่งตรงหน้ามากขึ้น
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก ทฤษฎีการพัฒนาและการรับรู้ผ่านกิจกรรม รวมถึงทั้งการศึกษากลุ่มเป้าหมายและหลักสูตรการสอนเพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบ การวิเคราะห์พื้นที่ การเลือกขนาดที่ตั้ง แนวความคิดในการออกแบบเพื่อนำมาวิเคราะห์และเป็นแนวทางในการออกแบบสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับโรงเรียนวิถีธรรมชาติเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเด็ก
โครงการและงานออกแบบโรงเรียนวิถีธรรมชาติเพื่อพัฒนาพฤติกรรมเด็กมีข้อมูลโดยคร่าวดังนี้
1. ลักษณะโครงการ เป็นโรงเรียน มีองค์ประกอบ คือ ส่วนของอนุบาลที่มีพื้นที่สำหรับเรียนในห้องและพื้นที่ทำกิจกรรม ส่วนอาคารเรียนประถมศึกษา ส่วนส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ประกอบไปด้วย พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ พื้นที่เรียนงานไม้ พื้นที่ศิลปหัตถกรรม ส่วนสนับสนุน มี พื้นที่แปลงเกษตร สนามเด็กเล่น โรงอาหาร โถงกิจกรรม และหอพัก โดยโครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวม 6,100 ตารางเมตร โดยประมาณ
2. โครงการตั้งอยู่ที่ ต.ท่าแร่ จ.สกลนคร พื้นที่ติดกับหนองหาร บริบทใกล้เคียงเป็นพื้นที่สำหรับเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่า โดยระยะใกล้เคียงมีกลุ่มเป้าหมายที่สามารถมาเรียนในโรงเรียนได้สะดวก ซึ่งมีพื้นที่ขนาด 10 ไร่
3. แนวความคิดในการออกแบบใช้รูปแบบของการเล่นดินน้ำมันที่มีการยกขึ้นยกลงและบิดไปบิดมา เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ด้วยการเชื่อมกันกับพื้นที่สีเขียว และการเปิดประสบการณ์ในการรับรู้แต่ละกิจกรรม โดยการเปิดมุมมองด้วยการวางแนวอาคารแยกตามแนวแกน และใช้ทุ่งนาไว้ด้านหน้าเพื่อเป็นจุดดึงดูดถึงการเคลื่อนไหวของกิจกรรมข้างใน
4. ภาพรวมอาคารโครงการมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมที่วางตามแนวแกนทั้งสี่ทิศทาง แต่มีรูปแบบหลังคาที่ปกคุมเป็นทรงโค้ง มีพื้นที่สนามเด็กเล่นตรงกลางเป็นการเชื่อมกันของอาคารที่แยกกัน ในส่วนอาคารอนุบาลที่อยู่ด้านหน้ามีเนินดินสูงขนาด 1.5 เมตร กั้นระหว่างพื้นที่ด้านนอก เพื่อความปลอดภัยของเด็ก อาคารเรียนประถมจะอยู่ชั้นสองซึ่งเป็นรูปตัวแอลแนวยาวตามทิศตะวันตกและทิศเหนือ
ปัญหาที่พบ ในการออกแบบประเภทโรงเรียน คือ เรื่องของความปลอดภัยของเด็ก เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก
โดยได้ออกแบบให้มีพื้นที่กั้นระหว่างภายในและภายนอกด้วยการใช้แนวต้นไม้และเนินดินเพื่อกันเด็กออกนอกพื้นที่ มีการสร้างพื้นที่ระหว่างห้องมากไปอาจทำให้ดูแลเด็กได้ยาก จึงใช้พื้นที่นี้ในเด็กประถม และมีห้องพักครูดูแล ซึ่งการออกแบบจะเน้นให้อาคารสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กได้ ด้วยการเชื่อมพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับตัวอาคาร ทั้งในเรื่องวัสดุ พื้นผิวสัมผัส แสงเงา รวมถึงกลิ่น ให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในแต่ละรูปแบบกิจกรรม เช่น การใช้พื้นผิวที่ต่างกันระหว่างดินกับคอนกรีตในตัวอาคาร โดยเฉพาะผนังกับพื้น รวมไปถึงการใช้พืชพรรณธรรมชาติที่ต่างกันจัดไว้ในกิจกรรมที่ต่างกัน เพื่อให้เด็กเรียนรู้และรับรู้ถึงสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันด้วยการสัมผัสของเด็กเอง รวมถึงรูปแบบการใช้ไม้ไผ่เพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติ