อาชาบำบัด
ผู้แต่ง: นางสาวชนาภัทร ศรีลาศักดิ์ 58011110021
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ ดร.นิลปัทม์ ศรีโสภาพ
ปีที่เผยแพร่: 2563
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: การบำบัดด้วยการขี่ม้า
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 22/04/2020 11:33:24
ชื่อวิทยานิพนธ์ อาชาบำบัด
ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ นางสาวชนาภัทร ศรีลาศักดิ์
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร.นิลปัทม์ ศรีโสภาพ
สาขาวิชา สถาปัตยกรรม
ปีการศึกษา 2562
บทคัดย่อ
แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของกลุ่มบุคคลออทิสติกมีมากขึ้นทุกปี คนกลุ่มนี้มีพัฒนาการด้านต่างๆ ช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะทักษะด้านการเข้าสังคมและด้านการสื่อสาร ในปัจจุบันมีการรักษาหลากหลายรูปแบบ กิจกรรมบำบัดด้วยการขี่ม้าเป็นทางเลือกหนึ่งที่นอกจากจะสามารถส่งเสริมมทักษะดังกล่าวแล้ว ยังสามารถสร้างพัฒนาการของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมกับเด็กออทิสติกในช่วงวัย 3-12 ปี โครงการอาชาบำบัดนอกจากจะสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ให้แก่เด็กออทิสติกแล้วยังเป็นสถานที่มีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำหรับผู้ปกครองที่ดูแลเด็กออกทิสติกได้อย่างเหมาะสม
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมและวิธีการตอบสนองของเด็กออทิสติก พร้อมทั้งศึกษากลุ่มเป้าหมาย นำมาวิเคราะห์หาข้อมูลในการออกแบบ ด้านแนวความคิด การเลือกที่ตั้งและกำหนดพื้นที่ใช้สอย เพื่อหาแนวทางในการออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับพัฒนาการเด็กพิเศษ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการและกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม
โครงการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคาร อาชาบำบัด มีข้อมูลโดยคร่าว ดังนี้
1. ลักษณะโครงการเป็นอาคารกิจกรรมกึ่งศูนย์พัฒนาการ มีองค์ประกอบคือ ส่วนส่งเสริมพัฒนาการ ได้แก่ห้องประเมินพฤติกรรมเบื้องต้น และลานบำบัด ส่วนสนับสนุนโครงการ ได้แก่ ห้องดนตรีและศิลปะบำบัดพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง โครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวม 9,600 ตารางเมตร โดยประมาณ
2. โครงการตั้งอยู่ที่ ย่านบึงทุ่งสร้าง ตำบลในเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเดินทางโดยรถส่วนตัวได้อย่างสะดวก และสะดวกต่อการขนย้ายม้าที่มีอยู่ในโครงการ ที่ดินมีขนาดประมาณ 7.5 ไร่
3. แนวความคิดในการออกแบบโครงการเพื่อให้สถาปัตยกรรมเป็นตัวสร้างปฏิสัมพันธ์และมีองค์ประกอบในการพัฒนากล้ามเนื้อ เช่น ใช้รูปแบบที่สร้างความจดจำ - คุ้นเคย
4. ภาพรวมโครงการมีลักษณะอาคารที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกัน ที่ว่างกลางโครงการเป็นลานกิจกรรมที่ไล่ลำดับการเข้าถึง มีการแยกส่วนกิจกรรมระหว่างเด็กที่สามารถทำกิจกรรมร่วมกับม้าได้และไม่ได้ กำหนดขนาดองค์ประกอบตามสัดส่วนของเด็กและผู้ใหญ่ ตามผู้ใช้หลักขององค์ประกอบนั้นๆ
การออกแบบที่ว่างสำหรับกิจกรรมแต่ละฐานเปิดเป็นลานกว้างสามารถมองเห็นได้อย่างทั่วถึง มีพื้นที่ใช้สอยที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เอื้อให้เกิดความคุ้นเคยและการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างม้ากับเด็ก ใช้สีและทางสัญจรที่ไม่ซับซ้อนง่ายต่อการจดจำ มีการใช้พื้นที่ต่างระดับในการพัฒนากล้ามเนื้อ สามารถต่อยอดการออกแบบในขอบเขตอื่น เช่น การเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างและการจำกัดเสียงผ่านพื้นที่ใช้สอยของสถาปัตยกรรม