แหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำมูน
ผู้แต่ง: นายสุรศักดิ์ อินทะศรี 59011110052
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ชิโนรส พันทวี
ปีที่เผยแพร่: 2564
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: BUNG-THAM,WETLAND,COMMUNITY,ศุนย์การเรียนรู้
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 04/10/2021 09:55:44
ป่าบุ่ง-ป่าทาม เป็นป่าไม้ประเภทหนึ่งในเขตที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำลำธาร ที่มีน้ำท่วมยาวนานเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะบริเวณท้ายเขื่อนราษีไศลมีเนื้อที่ประมาณ 30,000 ไร่ (รวมพื้นที่น้ำ) จัดว่าเป็นป่าบุ่ง-ป่าทามที่เป็นผืนต่อเนื่องและมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยซึ่งเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเป็นพื้นที่สร้างรายได้หลักของชุมชนโดยรอบด้วยการประกอบอาชีพหาของป่า การประมงน้ำจืดและเกษตรนาทาม ตั้งแต่มีการก่อสร้างเขื่อนราษีไศลส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ โครงการแหล่งเรียนรู้วิถีชุมชนพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำมูน จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการปรับตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงตามช่วงฤดูกาลน้ำขึ้น-ลง ซึ่งจะสามารถช่วยให้คนในพื้นที่และผู้คนที่สนใจได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศได้อย่างเหมาะสม
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานในพื้นที่ป่าบุ่ง-ป่าทาม ชุมชนและแม่น้ำมูนรวมไปถึงความเป็นมาในด้านภูมิศาสตร์ สังคม ประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ นำมาวิเคราะห์หาข้อมูลในด้านการออกแบบ แนวความคิด การเลือกที่ตั้งโครงการและกำหนดพื้นที่ใช้สอยเพื่อหาแนวทางในการออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับชุมชนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สามารถรองรับกิจกรรมและความต้องการได้อย่างเหมาะสม
โครงการและการออกแบบสถาปัตยกรรม มีข้อมูลโดยคร่าว ดังนี้
1.ลักษณะโครงการ เป็นโครงการแหล่งเรียนรู้วิถีชุ่มชนพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำมูน ซึ่งเป็นอาคารสาธารณะมีองค์ประกอบหลักโครงการ คือนิทรรศการบุ่ง-ทาม เเบ่งเป็นส่วนจัดเเสดงหลัก 4 โซนใหญ่และนิทรรศการชุมชนชั่วคราว 2 โซนที่สามารถปรับเปลี่ยนการจัดแสดงได้ตามช่วงฤดูกาลของพื้นที่ และมีกิจกรรมพายเรือ ปั่นจักรยานและเดินป่าที่สามารถ ชมระบบนิเวศป่าบุ่ง-ป่าทามได้อย่างทั่วถึง
2.โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ บนพื้นที่ 23 ไร่ 49.5 ตารางวา เป็นพื้นที่ท่าทรายเก่าติดริมน้ำมูน พื้นที่โดยรอบทำนาทามและประมงน้ำจืด เป็นทางเชื่อมที่ชาวบ้านใช้ในการเดินทางไปยังป่าบุ่ง-ป่าทามและแม่น้ำมูน
3.มีแนวคิดโครงการคือ การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยการใช้องค์ประกอบของระบบนิเวศบุ่ง-ทามในพื้นที่เป็น เงื่อนไขในการออกแบบให้เกิดสมดุลระหว่างชุมชนกับป่าบุ่ง-ป่าทาม ช่วยให้เกิดความรู้สึกของการเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยส่วนของการจัดนิทรรศการจะเน้นให้ธรรมชาติเป็นตัวเล่าเรื่องผสมผสานกับระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่
4.รูปแบบอาคาร ใช้วิธีการวางผังอาคารแยกเป็นอาคารย่อยๆ โดยใช้โครงสร้างเสาสูงแยกพื้นที่ด้านบนใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการและพื้นที่ด้านล่างเพื่อใช้งานทำการเกษตรตามช่วงฤดูกาล จะมีอาคารบางส่วนที่สามารถลอยน้ำได้ในช่วง ฤดูน้ำหลากโดยใช้ทุ่นลอยน้ำและไม้ไผ่ ส่วนวัสดุอาคารใช้เป็นอิฐมอญ โครงสร้างเหล็กกับไม้โดยเน้นสีของตัววัสดุ
การออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยใช้หลักการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนกับธรรมชาติสร้างความรู้สึกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเชื่อมโยงกับบริบทโดยรอบของพื้นที่ป่าบุ่ง-ป่าทาม ซึ่งการออกแบบอาคารแยกย่อยนั้นทำให้เกิดความยากในการสัญจรและการรับรู้ของผู้ใช้งานที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่จึงออกแบบให้ทางเชื่อมอาคารมีสะพานที่นำทางสัญจรจากอาคารหนึ่งไปยังอาคารหนึ่งเพื่อให้ง่ายต่อการรับรู้และสะดวกมากยิ่งขึ้น