ข้ามไปเนื้อหาหลัก

โครงการเสนอแนะการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน โรงพยาบาลเด็กกรุงเทพอุดร

ผู้แต่ง: ศวิตา สุวัฒน์ศรีสกุล 59011113058
สาขา: สถาปัตยกรรมภายใน
อาจารย์ที่ปรึกษา: จตุรงค์ ประเสริฐสังข์
ปีที่เผยแพร่: 2564
ยอดเข้าชมเอกสาร: 8 ครั้ง
Keyword: 1. กุมารเวชศาสตร์ (อังกฤษ: pediatrics, paediatrics) เป็นสาขาวิชาหนึ่งของแพทยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทางการแพทย์แก่ทารก, เด็ก, และวัยรุ่น กล่าวคือตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 14-18 ปีขึ้นกับเกณฑ์ของแต่ละสถานที่และประเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์จะเรียกว่า กุมารแพทย์ (pediatrician) ซึ่งต้องสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต และแพทย์ประจำบ้านด้านกุมารเวชศาสตร์ แล้วได้ผ่านการสอบเพื่อวุฒิบัตรและหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ ซึ่งในประเทศไทยออกให้โดยแพทยสภา 2. เด็ก หมายถึง ผู้ที่มีอายุ ตั้งแต่ 0 – 12 ปี 3. หน่วยดูแลพิเศษสำหรับเด็กแรกเกิด NICU เป็นหน่วยดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤติ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยแรกเกิดที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ภายในห้องมีอุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อการดูแล และเจ้าหน้าที่ทที่มีความชำนาญด้านการดูแลทารกแรกเกิด 4. เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นคำที่ใช้เรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกประเภทไม่ได้เจาะจงไปที่เด็กประเภทใดประเภทหนึ่ง โดย กำรศึกษาค้นคว้าเด็กที่มีความต้องกำรพิเศษ จะทำให้เข้าใจถึงลักษณะ และประเภทของเด็กที่มีความต้องการ พิเศษทำงการศึกษาแต่ละประเภท อันจะเป็นแนวทางเพื่อให้สามารถจัดการศึกษา บำบัด ฟื้นฟู หรือให้ความ ช่วยเหลือที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพของเด็กแต่ละประเภท และความแตกต่างระหว่างบุคคล 5. ผู้ป่วยใน (In-Patient-Department : IPD) หมายถึง ผู้ที่ลงทะเบียนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลเวชกรรม ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง โดยได้รับการวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์และให้รวมถึงการรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยในแต่เสียชีวิตก่อน 6 ชั่วโมงด้วย 6. ผู้ป่วยนอก (Out-Patient-Department : OPD) คือผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสามารถกลับบ้านได้เลยในวันที่เข้ารับการรักษา 7. พัฒนาการเด็ก (Child Development) คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะและพฤติกรรมที่มีทิศทางและรูปแบบที่แน่นอน จากช่วงระยะเวลาหนึ่งไปสู่อีกระยะเวลาหนึ่ง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ จนสู่วุฒิภาวะ ซึ่งก็คือ การบรรลุถึงขั้นการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของบุคคลในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง และพร้อมที่จะทำกิจกรรมอย่างนั้น ทำให้เพิ่มความสามารถของบุคคล ให้ทำหน้าที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำหน้าที่ที่สลับซับซ้อนยุ่งยากได้ ตลอดจนเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะใหม่ของบุคคลนั้น 8. Physical Therapy หมายถึง กายภาพบำบัดในเด็ก เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฝึกควบคุมการเคลื่อนไหว ฝึกการทรงตัวขณะนั่ง ยืน และฝึกเดินด้วยเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเอง และทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ หรือใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด โดยมีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ทีมนักกายภาพบำบัด ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์ด้านการรักษา และให้การรักษาทางกายภาพบำบัดในเด็กที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการการเคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ ได้แก่ เด็กสมองพิการ เด็กคอเอียงแต่กำเนิด เด็กดาวน์ซินโดรม เด็กหัวโต หรือหัวบาตร เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า เด็กกล้ามเนื้อลีบดูเชน เด็กที่มีความผิดปกติที่เกิดจากการสร้างหลอดประสาทที่ไม่สมบูรณ์ 9. Antenatal Clinic หมายถึง คลินิกฝากครรภ์ สำหรับโรงพยาบาลเอกชนจะเป็นการฝากครรภ์พิเศษ คุณแม่สามารถระบุแพทย์เจ้าของครรภ์ได้ โดยคุณหมอจะดูแลไปตลอดจนถึงการคลอด รวมถึงการฝากครรภ์พิเศษที่คลินิก หากเป็นโรงพยาบาลรัฐ จะได้รับการดูแลจากแพทย์ทั่วไป และพยาบาล ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนตามเวร 10. โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วย หมายความว่า โรงพยาบาลที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพ ตามลักษณะเฉพาะประเภทผู้ป่วย ซึ่งดําเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น โรงพยาบาลผู้ป่วยเรื้อรัง โรงพยาบาลผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลผู้สูงอายุ โรงพยาบาลแม่และเด็ก และโรงพยาบาลบําบัดยาเสพติด เป็นต้น 11. ผู้ปกครอง หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับเด็ก โดยอยู่ร่วมกันในครอบครัวเดียวกัน และมีส่วนในการอบรมสั่งสอน และเตรียมความพร้อมให้แก่เด็ก
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร

บทคัดย่อ

ประทับเวลา Excel: 22/04/2021 16:50:31 ปัญหาสุขภาพในเด็ก ทำให้ผู้ปกครองเป็นกังวล ทั้งต้องการให้เด็กได้รับการรักษาดูแลเป็นอย่างดี เด็กไทยทุกคนควรเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อเด็ก BDMS ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาพยาบาลในเด็กมาโดยตลอด ซึ่งมีนโยบายในการสร้างโรงพยาบาลเด็กโดยเฉพาะ เพื่อรองรับการรักษาเด็ก เพิ่มประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ ให้ครอบคลุมทุกบริการ ต้องมีทีมกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับเด็ก รวมถึงพยาบาล และมีความพร้อมในการนำเทศโนโลยี นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในการบริการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ จากปัญหาและนโยบายที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้เกิดโครงการเสนอแนะออกแบบสถาปัตยกรรมภายในโรงพยาบาลเฉพาะทางเด็ก กรุงเทพ อุดร จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือกรุงเทพ ที่มีนโยบายในการสร้างอาคาร 2 เพิ่มเติม เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มากที่สุดในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพในภาคอีสาน และ ผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพื้นที่รองรับ พักฟื้นผู้ป่วยเด็กให้มีพื้นที่เพียงพอ วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับเด็ก การออกแบบที่คำนึงถึงงานระบบ ข้อกำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐาน ในการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ใช้สอย แต่ละแผนก รวมถึงการออกแบบที่คำนึงถึงจิตวิทยาของผู้เข้ารับบริการ และผู้ให้บริการ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม และคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานของเด็กๆเป็นหลัก ลักษณะโครงการเป็นอาคารโรงพยาบาล 10 ชั้นประกอบด้วย ส่วนต้อนรับ ส่วนผู้ป่วยนอก ส่วนผู้ป่วยใน ส่วนบริการ ส่วนเสริมโครงการ และส่วนบริการ ที่ตั้งโครงการบนถนนนิตโย ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีความเหมาะสมมากที่สุด สถานที่ตั้งโครงการ ใกล้กับถนนเส้นหลักทำให้เดินทางสะดวก พื้นที่ตั้งโครงการมีขนาดใหญ่สามารถขยายบริเวณอาคารได้ เหมาะกับการตั้งอาคาร ใกล้กับสถานศึกษาหลายแห่ง สถานที่สำคัญต่างๆทางเศรษฐกิจ และสถานที่ราชการ ภายในโครงการเป็นโรงพยาบาลสำหรับแม่และเด็ก มีพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย สร้างเสริมพัฒนาการที่ดีให้แก่เด็ก ทำให้ผู้มารับบริการรู้สึกผ่อนคลาย มีความสนุกสนาน ไม่กลัวการมาโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นฟูทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย แนวความคิดในการออกแบบเนื่องจากโครงการเป็นโครงการเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นแม่และเด็ก โดยแบ่งพื้นที่ต่างๆออกตามฟังก์ชั่น และมีพื้นที่พิเศษสำหรับเด็ก รวมถึงสวนบนอาคาร โดยเป็น Concept KID HEALING PLAYGROUND ออกแบบโรงพยาบาลให้เด็กไม่กลัวการมาโรงพยาบาล ให้เด็กรู้สึกสนุกสนานในสายตาของพ่อแม่ ปลอดภัย ใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นสิ่งที่จะนำมาออกแบบโครงการ