ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศูนย์การเรียนรู้เชิงอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาชาป่าบนพื้นที่สูง

ผู้แต่ง: นางสาวมนัชนก เรืองจาบ 60011110034
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์เปรมยุดา ชมภูคำ
ปีที่เผยแพร่: 2565
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: ชาป่า (ชาอัสสัม)
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร

บทคัดย่อ

ประทับเวลา Excel: 31/03/2022 17:50:49 วัฒนธรรมการดื่มชานั้นสืบทอดกันมายาวนานในประเทศจีนและได้แพร่กระจายวัฒนธรรมไปทั่วโลก ผู้คน ให้ความสนใจและนิยมดื่มมาทุกยุคทุกสมัย กระบวนการผลิตและวิธีการดื่มมีหลากหลายมากขึ้นตามพัฒนาการ ของเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้สนใจในวิธีการแบบดั้งเดิมโดยให้ความสำคัญกับการศึกษาประวัติศาสตร์ของชา ควบคู่ไปด้วยไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับวัฒนธรรมการดื่มชาเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตชาที่มีคุณ ภาพมีลักษณะเฉพาะของประเทศไทยคือ ชาป่า (ชาอัสสัม) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ภาคเหนือในประเทศไทย แม้คุณภาพของใบชาจะเป็นที่ต้องการในท้องตลาดแต่ในด้านของชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จักและนิยมมากนัก การจัด ทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และความนิยมให้เป็นที่รู้จัก แก่ผู้บริโภคมากขึ้นในอนาคต วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดชาป่าตามธรรมชาติ และความเป็นมาของวัฒนธรรมการดื่มชาไป จนถึงการผลิตชารูปแบบต่างๆทั้งแบบอุตสาหกรรมและแบบพื้นถิ่น เพื่อหาแนวทางการพัฒนาผลักดันให้ชาป่า เกิดความนิยม โดยออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับชาสำหรับผู้ที่สนใจและผู้ผลิตชาในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบสร้างบรรยากาศการดื่มชาที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับชาของประเทศไทย ด้วยการเป็น พื้นที่การเรียนรู้ที่ผ่อนคลายใกล้ชิดกับธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาป่า รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และ พักผ่อนอีกด้วย โครงการศูนย์การเรียนรู้เชิงอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาชาป่าบนพื้นที่สูง มีรายละเอียดดังนี้ 1. ลักษณะโครงการเป็นพื้นที่การเรียนรู้สร้างประสบการณ์ และต่อยอดพัฒนาผลผลิตชาในรูปแบบแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสุขภาพ และเชิงอนุรักษ์ รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 5,962.2 ตารางเมตร 2. ที่ตั้งโครงการอยู่ในตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย มีขนาดพื้นที่ 7,750 ตารางเมตร (4ไร่ 3งาน 37ตารางเมตร) พื้นที่โครงการอยู่ในย่านที่มีแหล่งผลิต (ไร่ชา) และใกล้ชุมชนแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ 3. แนวคิดของโครงการ คือการสร้างพื้นที่เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างสุนทรียภาพในการดื่มชาจากการออก แบบพื้นที่ที่สัมพันธ์กับกิจกรรมและพื้นที่ดื่มชาที่ทำให้เกิดการรับรู้ เกิดประสบการณ์การดื่มชาที่งดงามจากพื้นที่ ในโครงการ 4. เป็นสถาปัตยกรรมบนที่ลาดเอียงของเชิงเขา ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการวางผังตามลักษณะภูมิประเทศ โดยออกแบบในลักษณะกลุ่มอาคารเพื่อลดขนาดของปริมาตรอาคาร และเพิ่มการเชื่อมโยงกับธรรมชาติภายนอก การวางผังที่คำนึงถึงมุมมองและการสร้างประสบการณ์ผ่านการกระตุ้นการรับรู้ เพื่อสร้างความสุนทรียภาพ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ภายในโครงการ ภาพรวมโครงการเป็นกลุ่มอาคารที่มีเอกลักษณ์พื้นถิ่นของชาวอาข่าพัฒนารูปแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้อง กับบริบทชุมชนและลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์มีความร่วมสมัยแต่ละส่วนภายในโครงการมีการออกแบบการรับรู้ จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 (หู ตา จมูก ลิ้น สัมผัส) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงความรู้สึกของการดื่มชาอย่างมี เอกลักษณ์เป็นที่น่าจดจำ และกิจกรรมเชื่อมโยงกับชาวบ้านที่มีการทำธุรกิจเกี่ยวกับชาป่า โดยมีพื้นที่ส่วนรวม ระหว่างนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน เพื่อสนับสนุนให้ชาป่าเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านการท่องเที่ยวอย่างผ่อนคลายและ สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น