ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พื้นที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

ผู้แต่ง: เสาวลักษณ์ จันทร์หอม 60011110048
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ ดร.นิลปัทม์ ศรีโสภาพ
ปีที่เผยแพร่: 2565
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: Sense of place
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร

บทคัดย่อ

ประทับเวลา Excel: 31/03/2022 18:06:12 ชื่อวิทยานิพนธ์ พื้นที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ นางสาวเสาวลักษณ์ จันทร์หอม อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ ดร.นิลปัทม์ ศรีโสภาพ สาขาวิชา สถาปัตยกรรม ปีการศึกษา 2564 บทคัดย่อ สังคมมนุษย์มักมีชนชั้นปกครองเป็นผู้กำหนด กฎหมาย เเละข้อบังคับต่างๆ ซึ่งการควบคุมทางสังคมเเบบเดิม อาจไม่ใช่คำตอบของปัญหาในสังคมยุคปัจจุบันเท่าที่ควร เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เมื่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้กายภาพที่เคยตอบสนองปัจจัยเหล่านั้นกลับกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยอื่นๆ เเละเพื่อเป็นพื้นที่ทางเลือกจึงได้เน้นการพยายามทลายกำแพงทางความคิด เปิดพื้นที่เรียนรู้และสุดท้ายสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้นั้นเอง วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคม จากมุมมองความขัดแย้งและการเมืองการปกครองที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามยุคตามสมัย เมื่อเกิดความสงสัยและการตั้งคำถาม พื้นที่สาธารณะเชิงสร้างปฏิสัมพันธ์ที่จะรองรับการถกเถียงเหล่านี้ ในประเทศไทยยังมีไม่มากพอ การศึกษาประวัติศาสตร์สถานที่สำคัญ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงความต้องการของคนในสังคมที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กันให้มากขึ้น โครงการออกแบบพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีรายละเอียด ดังนี้ 1.องค์ประกอบหลัก คือ พื้นที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน พื้นที่เปิดโลกใหม่ พื้นที่ตามหาความจริง พื้นที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม พื้นที่อาหารทางใจ และพื้นที่สะท้อนความคิด มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 6,200 ตารางเมตร 2.โครงการเป็นโครงการเชิงทดลอง โดยออกแบบเป็นพื้นที่ทับซ้อน (Invisible Layer) ลงในพื้นที่ตั้งโครงการที่มีอาคารเดิมตั้งอยู่ ซึ่งเป้าหมายหลักคือต้องการสร้างความรู้สึกต่อสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ (Sense of place) ที่เป็นพื้นที่สำคัญทางการเมืองทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยแยกที่ตั้งโครงการออกเป็นสองแบบ ได้แก่ที่ตั้งแบบอยู่กับที่ ในบริเวณ เขตพระนคร และแบบเคลื่อนที่ในบริเวณเขตดุสิต เขตราชเทวี และเขตปทุมวัน 3.แนวคิดในการออกแบบคือการสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีอัตลักษณ์ใหม่ โดยเชื่อมโยงพื้นที่โครงการกับพื้นที่ทางประวัติศาสตร์เพื่อสร้างความเข้าใจของคนในสังคม รวมทั้งเปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการตั้งคำถามต่อระบอบการปกครองของคนในสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศต่อไป 4.โครงการประกอบด้วยการออกแบบ 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบอยู่กับที่ และแบบเคลื่อนที่ โดยแบบอยู่กับที่จะเน้นไปที่การออกแบบพื้นที่สาธารณะในชั้นบนดิน และพื้นที่นิทรรศการอยู่ในชั้นใต้ดิน ส่วนพื้นที่ใช้สอยแบบเคลื่อนที่ ได้นำองค์ประกอบจากการออกแบบแบบอยู่กับที่มาประยุกต์ตามบริบทของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง จากการออกแบบพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมนั้นมันทำให้มองเห็นเรื่องความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนมากๆ ในฐานะที่เราเป็นพลเมืองของประเทศ เรื่องความเหลื่อมล้ำอาจจะแก้ไขไม่ได้ทั้งหมดและงานสถาปัตยกรรมอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่าง แต่อาจจะเป็นจุดเล็กๆ ที่มีส่วนร่วมในการเป็นอีกตัวช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้