“ผักบั่ว”ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ของชาวยางชุมน้อย
ผู้แต่ง: อิทธิพล สีหะวงษ์ 60011110055
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวรรณ เนตรพระ
ปีที่เผยแพร่: 2565
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: ผักบั่ว หอมเเดง วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต ศูนย์การเรียนรู้
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 31/03/2022 18:59:17
อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่การปลูกหอมแดงมากกว่า 20,000 ไร่ อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่น่าสนใจ โดยชาวบ้านในชุมชนจะอยู่กับผักบั่วตลอดทั้งปี เสมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
เมื่อยุคสมัยและเทคโนโลยีได้เกิดการพัฒนาขึ้นมาทำให้วัฒนธรรมประเพณีที่เกิดขึ้นค่อยๆหายไป และเริ่มมีการจ้างงานมากกว่าการลงแขกใช้กำลังคน ทำให้เกิดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โครงการ“ผักบั่ว” ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ของชาวยางชุมน้อยจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณีดั่งเดิมที่ดีงามให้คงไว้ และแนะนำแนวทางการทำการเกษตรในรูปแบบใหม่เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น วิทยานิพนธ์นี้เกี่ยวกับการเรียนรู้และศึกษาพฤติกรรม วัฒนธรรม ความเชื่อ ของชุมชนที่เชื่อมโยงกับผักบั่ว นำมาวิเคราะห์ข้อมูลในด้าน แนวความคิด การเลือกที่ตั้งโครงการ และพื้นที่ใช้สอยที่นำมาเป็นตัวแปรหลักในการออกแบบสำหรับชุมชนให้สามารถรองรับกิจกรรมและความต้องการของโครงการได้อย่างเหมาะสม
ผลการศึกษาโครงการและงานออกแบบ “ผักบั่ว”ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ของชาวยางชุมน้อยมีข้อมูลโดยคร่าว ดังนี้
1. ลักษณะโครงการ“ผักบั่ว”ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ของชาวยางชุมน้อยเป็นอาคารสาธารณะ โดยมีองค์ประกอบหลักเป็น 4 โซนการเรียนรู้และ 1 โซนบริการ กิจกรรมจะแสดงออกถึงวิถีชีวิตของ คนในชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันผ่านเทคโนโลยีการจัดแสดงโลกเสมือนและนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เข้ามาจัดแสดงโดยมีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมด 12,605 ตารางเมตร
2. ที่ตั้งโครงการอยู่ที่ ตำบลยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ บนพื้นที่ 10 ไร่ 1 งาน 94.3 ตารางวา เป็นพื้นที่ ที่อยู่ใกล้เคียงกับชุมชนและพื้นที่ทางการเกษตรต้นเรื่องของโครงการ
3. แนวคิดโครงการ คือ การสร้างกระบวนการดึงเอาองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เกษตรกรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และที่ว่าง ถอดเอาองค์ประกอบส่วนสำคัญ เอกลักษณ์ความเป็นผักบั่วมาเป็นตัว แปรหลักในการออกแบบให้เกิดความสมดุลระหว่างโครงการและชุมชน สร้างความรู้สึกให้เสมือนเป็น เจ้าของร่วมกันทั้งโครงการและชุมชน
4. รูปแบบอาคารใช้เป็นวิธีการจัดวางกลุ่มอาคารแบบผสม ทั้งเปิดโล่งและปิดล้อม เพื่อสร้างพื้นที่ กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชน และผู้เข้าชมโครงการผ่านการถอดแบบมาจากกอผักบั่วแก่จัดที่ชูก้าน ใบขึ้นเพื่อรับแสง จึงสร้างเป็นช่องเปิดเพื่อรับแสงจากด้านบนสุดของอาคาร
การออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยนำหลักการ การใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างชุมชนกับสถาปัตยกรรมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ชุมชนและการใช้ชีวิตผ่านการจัดสรรพื้นที่และกระบวนการพัฒนาแนวคิดการออกแบบที่สื่อสารความเป็นชุมชน อาชีพ และวิถีชีวิตให้ออกมาเป็นรูปธรรม การออกแบบจะต่อยอดและพัฒนาให้มีพื้นที่เฉพาะ ที่สามารถใช้ได้ทั้งคนในชุมชนและผู้ใช้โครงการได้ใช้ร่วมกัน ให้ทั้งสองอย่างสามารถอยู่ร่วมกันได้แบบไม่เกิดการรบกวน และอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนพัฒนาการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้งานหลักของโครงการ ให้สมบูรณ์และเป็นรูปธรรมมากที่สุด