อนุสรณ์สถานเหตุการณ์ผู้มีบุญอีสาน: กบฏหรือผู้เบิกทาง
ผู้แต่ง: นายอัษฎาวุธ ภูมิลา 61011110011
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์ ดร.นิลปัทม์ ศรีโสภาพ
ปีที่เผยแพร่: 2566
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: ผู้มีบุญอีสาน/อีสาน/ประวัติศาสตร์/กบฏ
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 23/04/2023 12:24:53
การศึกษาประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม และความทรงจำต่อเหตุการณ์ คือการตั้งคำถามต่อเหตุการณ์อันเลวร้าย ที่ยังคงกระทบกระเทือนอยู่ในจิตใจ ของผู้คนในสังคมที่รับรู้ แล้วเหตุการณ์ความรุนแรงใดบ้าง ที่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย ดังนั้นเหตุการณ์ผู้มีบุญอีสาน จึงถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บาดแผล ที่ยังคงหาคำตอบให้กับเหตุการณ์ไม่ได้ โครงการนี้จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อสาร และเรียนรู้เหตุการณ์ความรุนแรง กับผู้คนในยุคปัจจุบัน เพื่อให้เป็นบทเรียนให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงเรื่องราว เพื่อเป็นทางออกในการอยู่ร่วมกันในอนาคต เพราะการยอมรับความจริง จะทำให้สังคมไทยแข็งแรงขึ้น
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับตัวตนและรากเหง้า ของผู้คนในภูมิภาคอีสาน ผ่านมุมมองของอำนาจรัฐไทย และมุมมองของผู้คนในพื้นที่ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ผ่านเหตุการณ์การลุกฮือของกลุ่มชาวนาอีสาน โดยมีวิธีการในการศึกษาจากหนังสือที่มีการจดบันทึก สอบถามจากผู้รู้จริง การลงพื้นที่ศึกษาและวิเคราะห์บริบทพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ สู่การนำเสนอนิทรรศการ ผ่านการจัดลำดับการจัดแสดงตามช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ โดยศึกษาเทคนิคการการจัดแสดงนิทรรศการ ผ่านกรณีศึกษาอาคารประเภทพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถาน เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ
ผลการออกแบบสถาปัตยกรรมอนุสรณ์สถานเหตุการณ์ผู้มีบุญอีสาน: กบฏหรือผู้เบิกทาง มีรายละเอียดดังนี้
1. โครงการนี้เป็นประเภทอาคารพิเศษ พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถาน โดยนิทรรศการหลักแบ่งออกเป็น 7 ส่วน ดังนี้ เสียงแห่งความเงียบ, เสียงอีสาน, ขบถผู้มีบุญ, เจ้าที่ดิน, อนุสรณ์แห่งความทรงจำ, เส้นทางแห่งขื่อคา, เงาสะท้อน มีพื้นที่ใช้สอยโครงการรวม 3,318 ตารางเมตร
2. โครงการตั้งอยู่ บริเวณโนนโพธิ์ บ้านสะพือ ตำบลสะพือ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี บนพื้นที่ 7 ไร่ 73 ตารางวา ในบริเวณทุ่งนาทางด้านทิศตะวันตกของชุมชน
3. แนวคิดในการออกแบบ คือการนำผู้คนค่อย ๆ เข้าสู่เรื่องราวความรุนแรง ผ่านการออกแบบระดับพื้นที่ให้แตกต่าง แสงและเสียง เพื่อสร้างการตอบสนอง ต่อความรู้สึก ที่จะนำไปสู่ความเข้าใจและเกิดการตั้งคำถาม
4. โครงการให้ความสำคัญคือ การเคารพบริบทพื้นที่ให้มากที่สุดในลักษณะ แอนติอ็อบเจกต์ (Anti-Object) ทำให้อาคารไม่ทำลายบริบทพื้นที่ โดยการนำอาคารไว้ใต้ดิน คล้ายกับเรื่องราวที่ถูกกลบให้หายไป
จากการศึกษาเรื่องราวและการออกแบบพื้นที่นิทรรศการ ผ่านมุมมองของทั้งสองฝ่าย ทำให้เราเข้าใจตัวตนและรากเหง้าของเรามากขึ้น สถาปัตยกรรมจึงเปรียบเสมือนผ้าใบสำหรับนำเสนอ เรื่องราวความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้น ถึงแม้อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ แต่สถาปัตยกรรมอาจจะเป็นเครื่องเตือนใจต่อเหตุการณ์ในอดีต เพื่อหวังว่า จะไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคมขึ้นอีก