ข้ามไปเนื้อหาหลัก

พื้นที่สร้างสรรค์เรียนรู้และอนุรักษ์การทำแคน ชุมชนตำบลสีแก้ว จังหวัด ร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง: พิชญาภัค กิ่งพุ่ม 62011110008
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์เปรมยุดา ชมภูคำ
ปีที่เผยแพร่: 2567
ยอดเข้าชมเอกสาร: 0 ครั้ง
Keyword: พื้นที่สร้างสรรค์เรียนรู้และอนุรักษ์
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร

บทคัดย่อ

ประทับเวลา Excel: 26/06/2024 13:00:00 ปัจจุบันดนตรีอีสานที่มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปและสามารถสร้างรายได้มากมายเข้าสู่ชุมชน เครื่องดนตรีที่ สำคัญในวงดนตรีอีสานคือแคน เพราะการบรรเลงดนตรีอีสานมักอิงลายแคนเป็นหลักมาแต่โบราณ ซึ่งหนึ่งใน แหล่งผลิตแคนที่ได้รับการยอมรับและเก่าแก่อยู่ในตำบลสีแก้ว จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ในปัจจุบันคงเหลือผู้รู้เรื่อง แคนไม่ถึง 10 คน พื้นที่สร้างสรรค์เรียนรู้และอนุรักษ์การทำแคน ชุมชนตำบลสีแก้ว มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วย เผยแพร่และอนุรักษ์การทำแคนให้คงอยู่ยั่งยืน ร่วมสมัย คนในชุมชนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมการทำแคน และ สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน วิทยานิพนธ์นี้ศึกษา รวบรวมข้อมูลบริบทชุมชน ผู้คน สถิติ และรูปแบบการใช้งานพื้นที่สาธารณะ ศึกษาทฤษฎีการออกแบบพื้นที่จัดแสดงข้อมูล นำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการออกแบบอาคารและพื้นที่ใช้ งานที่สนับสนุนกิจกรรมภายในชุมชน ผลการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคาร พื้นที่สร้างสรรค์เรียนรู้และอนุรักษ์การทำแคน ชุมชนตำบลสี แก้ว มีรายละเอียดดังนี้ 1. ลักษณะโครงการมีพื้นที่เรียนรู้จัดแสดง รวบรวมข้อมูลวิธีทำแคน และมีพื้นที่พบปะเรียนรู้ทำกิจกรรมทาง ดนตรี อย่างสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยรวม 2173.22 ตารางเมตร 2. โครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน หมู่บ้านหนองตาไก้ ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 3. แนวคิดการออกแบบคือการตีความบทเพลงในชุมชนบ้านหนองตาไก้ ที่มีความอิสระ สนุกสนาน โดย แสดงออกผ่านรูปร่าง อาคาร แสง เงา ไล่ลำดับการเข้าถึงตั้งแต่พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงพื้นที่มีความเป็น ส่วนตัวสูง จัดเรียงไล่ลำดับความหนาแน่นของผู้คนที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่การใช้งาน วัสดุอาคารได้นำ ทฤษฎีเกสตอลท์กฎแห่งความใกล้ชิดนำมาออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชน และการทำแคน 4. รูปแบบอาคารใช้วัสดุธรรมชาติเป็นโครงสร้างหลัก วัสดุหลักเป็นไม้ไผ่ รูปทรงหลังคาเป็นแนวเส้นที่บิดโค้ง อิสระ อาคารจัดแสดง 2 ชั้น ใช้โครงสร้างผนังดินอัด ใช้ทฤษฎีการกำหนดตนเองเพื่อให้ผู้ใช้งานเกิด ความรู้สึกอิสระในการทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ ด้วยการออกแบบทางสัญจรที่มีทางเข้าออกหลากหลาย เส้นทาง พื้นที่จัดแสดงและลานกิจกรรมชุมชนติดกับทางสัญจรในชุมชน รูปแบบการใช้งานพื้นที่รวมตัวทางดนตรี และพื้นที่รวมตัวจัดกิจกรรมของชุมชน มีลักษณะการใช้งานที่ ใกล้เคียงกัน ลานกิจกรรมจึงต้องมีลักษณะเป็นแอมฟิเธียเตอร์ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา สามารถ รองรับการเสริมโต๊ะ เก้าอี้ หรือเวที ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานมาก ในส่วนของอาคารสอนทำแคนต้องการความ เป็นส่วนตัวสูง ไม่มีเสียงจากกิจกรรมอื่นๆ ในโครงการรบกวน จึงต้องแยกออกจากอาคารจัดแสดงข้อมูล ซึ่งเป็น พื้นที่สาธารณะ คั่นกลางด้วยพื้นที่สมาคมชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ อาคารสอนทำแคนไม่สามารถปิดทึบ ได้เพื่อป้องกันเสียงสะท้อน จึงเลือกผนังไผ่โปร่งเพื่อลมหรือเสียงสามารถผ่านได้