ศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสงคราม
ผู้แต่ง: สุพรรวรินทร์ อินพินิจ 63011110038
สาขา: สถาปัตยกรรม
อาจารย์ที่ปรึกษา: อาจารย์เอนกพงศ์ อิทธิจันทร์
ปีที่เผยแพร่: 2568
ยอดเข้าชมเอกสาร: 1 ครั้ง
Keyword: ศูนย์การเรียนรู้,เครื่องปั้นดินเผา,ดินเผา,ลุ่มแม่น้ำสงคราม,แม่น้ำสงคราม
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 04/10/2025 13:34:59
เครื่องปั้นดินเผาเป็นวัสดุที่สำคัญของคนในอดีต แต่ในปัจจุบันมีวัสดุอื่นมาแทนที่ เช่น พลาสติก คอมโพสิต ทำให้ปัจจุบันวัฒนธรรมการทำเครื่องปั้นดินเผากำลังจะสูญหายไป ลุ่มแม่น้ำสงครามเป็นแหล่งดินเหนียวที่สำคัญ วัฒนธรรมการทำเครื่องปั้นดินเผาบริเวณลุ่มแม่น้ำสงครามได้รับอิทธิพลจากการเผยแพร่วัฒนธรรมบ้านเชียง มีการค้นพบกลุ่มเตาบริเวณแม่น้ำสงครามจึงถือว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญ โครงการศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสงครามจะสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่คนทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์วัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผาแม่น้ำสงครามไว้ให้คงอยู่ต่อไป
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาในประเทศไทย วัฒนธรรมการทำเครื่องปั้นดินเผาในพื้นที่ลุ่มน้ำสงคราม ระบบนิเวศน์ของลุ่มน้ำสงครามและเครื่องปั้นดินเผาในยุคโลกาภิวัฒน์ ศึกษาความต้องการในการจัดนิทรรศการ วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ ข้อมูลโครงการเพื่อกำหนดแนวคิดโครงการ ที่ตั้งและพื้นที่ใช้สอย เพื่อหาแนวทางในการออกแบบศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสงครามอย่างเป็นรูปธรรม
ผลการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารศูนย์การเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสงคราม มีรายละเอียดดังนี้
1. ลักษณะโครงการเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีองค์ประกอบ คือ ส่วนนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำสงคราม ส่วนพื้นที่ปฏิบัติ โครงการมีพื้นที่ใช้สอยรวม 17,000 ตร.ม.
2. โครงการตั้งอยู่ที่บ้านท่าพันโฮง ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม เป็นทางผ่านไปจ.สกลนคร และ
อ.นาทม อยู่ใกล้ชุมชนบ้านท่าพันโฮง แหล่งเตาเผาเดิม และวัดซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมเศษเครื่องปั้นดินเผาในพื้นที่ ขนาดที่ดินประมาณ 54 ไร่
3. แนวคิดในการออกแบบ นำรูปร่างของเตาประทุน ซึ่งผังพื้นมีองค์ประกอบเป็นวงกลมและวงรี มาใช้ในการออกแบบรูปร่างกลุ่มอาคาร มีการเจาะคอร์ทกลางอาคารและเปิดรับช่องแสงหลังคา เพื่อเลียนแบบช่องไฟของเตาเผา มีการวางทางสัญจรไปตามความโค้งของอาคารเพื่อความกลมกลืน
4. ภาพรวมของอาคารมีความโค้งทั้งแนวระนาบ คือผังพื้นและแนวตั้งโดยการใช้หลังคารูปทรงอิสระ จัดองค์ประกอบผังอาคาร ให้อาคารที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอยู่บริเวณเดียวกัน เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการใช้งาน มีการยกพื้นระดับขึ้นเพื่อรับมือกับน้ำขึ้น-น้ำลง พื้นทางเชื่อมอาคารและทางสัญจรมีระดับไม่เท่ากัน เป็นทางลาดและบันไดเพื่อให้สอดคล้องกับความลาดชันของที่ตั้งโครงการ
เนื่องจากที่ตั้งโครงการเป็นเนินชันและมีหนองน้ำ จึงต้องวางทางสัญจรและวางอาคารให้มีระดับที่ต่างกันและเลือกแนวทางในการออกแบบเป็นกลุ่มอาคาร วางอาคารที่มีการใช้งานเกี่ยวข้องกัน อยู่ในบริเวณเดียวกันทำให้สามารถควบคุมทางสัญจรของผู้ใช้งานได้ เพื่อควบคุมการรับรู้เรื่องราวที่ผู้ออกแบบต้องการสื่อผ่านสถาปัตยกรรม อาคารแต่ละหลังจะถูกออกแบบให้มีคอร์ทกลางอาคารช่วยสร้างประสบการณ์ทางแสงและออกแบบให้หลังคามีรูปทรงอิสระ มีการเผยอหลังคาให้โค้งมากขึ้นเพื่อเป็นทางสัญจรหลักที่ใช้เข้า-ออกอาคาร