การอนุรักษ์และพัฒนาย่านสถานีรถไฟสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ ชุมชนสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
ผู้แต่ง: นายปราบดา ป้องกัน 64011112005
สาขา: สถาปัตยกรรมผังเมือง
อาจารย์ที่ปรึกษา: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิชาภรณ์ ชำนิกำจร
ปีที่เผยแพร่: 2569
ยอดเข้าชมเอกสาร: 1 ครั้ง
Keyword: การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง ย่านพาณิชยกรรมเก่า ย่านสถานีรถไฟ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ การออกแบบชุมชนเมือง ชุมชนสูงเนิน Urban Conservation and Revitalization. Railway Station District. Logistics Hub. Urban Design. Cultural-Led Regeneration. Sung Noen Community.
ไฟล์/ลิงก์
เปิดเอกสาร
บทคัดย่อ
ประทับเวลา Excel: 04/02/2026 06:56:51
ย่านชุมชนรถไฟเก่าในประเทศไทยกำลังเผชิญความซบเซาทางเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงของระบบคมนาคม วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพเชิงเศรษฐกิจของย่านพาณิชยกรรมเก่าสูงเนินเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต 2) ศึกษาแนวคิดทฤษฎีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูเมือง และการออกแบบชุมชนเมือง 3) ศึกษาคุณค่าทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ พฤติกรรมกลุ่มผู้ใช้ และสภาพแวดล้อมทางกายภาพของพื้นที่ และ 4) เสนอแนวทางการออกแบบเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรมเก่า
การศึกษาใช้แนวคิดหลักด้านการฟื้นฟูเมืองและการออกแบบชุมชนเมือง กระบวนการศึกษาเริ่มจากการทบทวนวรรณกรรมและกรณีศึกษา การสำรวจภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลสภาพทั่วไปเชิงมหภาค ข้อมูลด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมผู้ใช้โครงการ นำไปสู่การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่และการกำหนดโปรแกรมเชิงพฤติกรรมเพื่อการออกแบบ
ผลจากการศึกษาพบว่า ย่านชุมชนรถไฟสูงเนินมีทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง แต่กำลังประสบปัญหาความซบเซา อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาค ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูย่าน ผลการศึกษาจึงนำไปสู่การออกแบบผังแม่บท (Master Plan) และรายละเอียดพื้นที่ (Detail Design) ของ โครงการอนุรักษ์และพัฒนาย่านพาณิชยกรรมเก่า ชุมชนสูงเนิน ซึ่งประกอบด้วย 5 โครงการหลัก ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาศูนย์คมนาคมและโลจิสติกส์ย่านสถานีรถไฟ 2) โครงการอนุรักษ์มรดกเมืองเก่าและย่านที่อยู่อาศัยร่วมสมัย 3) โครงการภูมิทัศน์ริมน้ำลำตะคองและปอดของเมือง 4) โครงการโครงข่ายสัญจรไร้รอยต่อและเมืองเดินได้ และ 5) โครงการย่านเศรษฐกิจชุมชนและวิถีชีวิตเมืองบริวารสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน